8 ใน 10 อันดับแรกของโรคที่ข้าราชเบิกค่ารักษามากสุดเป็นโรค NCDs
นำโดยโรคเส้นเลือสมองแตก/ตีบตัน
เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว มะเร็ง ไตวายเรื้อรัง
และถุงลมโป่งพอง
ทั้ง 8 โรคนี้ มาจากพฤติกรรมเสี่ยง 4 อย่าง
อาจจะอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมากกว่า 1 อย่างในคนเดียวกัน
ซึ่งได้แก่ การกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ และดื่มสุรา
ซึ่งน่าเสียดาย ที่หากหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ โอกาสที่จะเกิดโรค NCDs
ทั้ง 8 โรค จะลดลงไปมาก
จึงเกิดคำถามว่า
หน่วยงานราชการทั่วประเทศ จะจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างไร
ที่จะไม่ให้เอื้อต่อการเกิดโรค NCDs เมื่อเข้าเป็นคณบดีที่รามาธิบดีเมื่อเกือบ 28 ปีก่อน
ผมออกนโยบาย ไม่ให้มีร้านขายฟาสต์ฟูด จั๊งฟูดในโรงพยาบาล ผมให้ฝ่ายโภชนาการ
ลดน้ำตาลในซองน้ำตาลจาก 6 เหลือ 4 กรัม
ห้ามสูบบุหรี่ในโรงพยาบาลตามกฎหมาย
ห้ามคนขี่มอเตอร์ไซค์ที่ไม่ใส่หมวกกันน็อก เข้ามาในโรงพยาบาล
สร้างศูนย์ออกกำลังกาย แม้เราจะมีพื้นที่น้อย
ผมทราบว่า มีอีกหลาย ๆ โรงพยาบาล
ก็มีนโยบายแบบเดียวกัน คือทำสิ่งแวดล้อมไม่ให้เอื้อต่อการเข้าถึง
สิ่งที่เป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ มันควรจะเป็นเช่นนั้น
เพราะโรงพยาบาลเป็นสัญลักษณ์เรื่องสุขภาพ ไม่ควรจะมีอะไรที่ทำให้สุขภาพเสีย
อยู่ในโรงพยาบาล
ดีใจที่ผู้บริหารรามาธิบดีรุ่นต่อ ๆ มา ได้ออกประกาศ เรื่อง นโยบายสร้างเสริมสุขภาพบุคลากรในองค์กร เพื่อป้องกันโรค NCDs หวังว่าข้อมูลที่ข้าราชการส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรค NCDs จะส่งสัญญาณให้ผู้บริหารหน่วยงานราชการทั่วประเทศ มีนโยบายป้องกันโรค NCDs จัดสิ่งแวดล้อม ให้ไม่เอื้อต่อการต่อการเกิดโรค NCDs ในองค์กรของแต่ละคน เรื่องลดค่าใช้จ่ายรักษาโรค NCDs ในข้าราชการเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่าคือ เราต้องป้องกันบุคลากรในสังกัด จากการป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ ที่เกิดจากพฤติกรรมของเขาเอง
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ
30 สิงหาคม 2569
แกลเลอรี่