• ทั่วไป
    1,111
  • ร้านอาหาร
    28
  • โรงพยาบาล
    1,928
  • สำนักงาน
    1,301
  • โรงเรียน
    1,333
  • วัด
    35
  • สถานีตำรวจ
    553
  • สถานบันเทิง
    1
  • ตลาด
    5
  • มหาวิทยาลัย
    546
  • จังหวัดปลอดบุหรี่
    7
  • สคร.
    25
  • เครือขายภาคี
    52
  • อบต.
    62
  • สสอ. / สสจ.
    102
  • สถานที่ราชการ
    131
  • อื่นๆ
    162
กรุณาใส่รหัสเพื่อตรวจสอบสถานะ
4 วิธี “กินเจ” อิ่มทั้งกาย ได้ทั้งบุญ
12 ต.ค. 58 / เปิดดู : 381

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัยและและผู้จัดการโครงการโภชนาการสมวัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการกินเจ ให้ถูกวิธี ไม่ให้อ้วน และร่างกายไม่ขาดสารอาหารไว้ ดังนี้

1.ต้องมั่นใจว่าได้สารอาหารครบ 5 หมู่

แม้ต้องละเว้นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ซึ่งให้โปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่เราสามารถกินโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง เต้าหู้ และโปรตีนเกษตร เพื่อเป็นการทดแทนได้ ซึ่งโปรตีนที่ได้จากถั่วมีปริมาณไขมันน้อยกว่า และร่างกายสามารถนำไปใช้ได้พอดี โดยไม่เหลือเป็นส่วนเกิน และยังมีกากใยช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ที่สำคัญไม่มีคอเลสเตอรอลเหมือนในเนื้อสัตว์

2.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีแป้งหรือไขมัน               

อาหารเจส่วนใหญ่จะมีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูงมาก เนื่องจากใช้แป้งและน้ำมันในการประกอบอาหารกันเป็นหลัก อาจจะทำให้น้ำหนักขึ้นได้ ดังนั้นควรหันมาบริโภคอาหารประเภทยำ ต้ม หรือนึ่งให้มากขึ้น และลดอาหารประเภทผัดหรือทอด   โดยอาจจะหันมากินอาหารไทยพวกน้ำพริกเจ กินคู่กับผักสด ผักพื้นบ้าน นอกจากจะมีประโยชน์แล้วยังไม่มีสารพิษเจือปนด้วย

3.เน้นกินผักผลไม้ช่วยต้านโรค 

อาหารที่ประกอบด้วยผักผลไม้จะมีเส้นใยและวิตามินมาก ช่วยในระบบการย่อย ป้องกันโรคอ้วน อาจารย์สง่า เสริมว่า ผักผลไม้ที่เรากินนอกจากจะย่อยง่ายแล้ว ยังเป็นกากใยชั้นเลิศที่ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายและการย่อยอาหารของเราทำงานได้ดี เมื่อกินเข้าไปมากๆ ก็จะช่วยขับของเสียและสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเราออกมา ช่วยป้องกันมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดและสมอง เป็นต้น ช่วยลดคอเลสเตอรอล และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ ทั้งนี้ต้องล้างผักผลไม้ทุกครั้งก่อนกิน เพื่อป้องกันสารเคมีตกค้าง จากยาฆ่าแมลงที่อาจจะสะสมอยู่ในร่างกายหากกินเข้าไปด้วย

4.ห้ามกินอาหารรสจัด

อาจารย์สง่า อธิบายว่า อาหารรสจัด ทั้งเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด หรือเปรี้ยวจัดมากเกินไป จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เช่น หากกินเผ็ดจัดก็จะไปทำลายกระเพาะอาหาร กินเค็มจัดจะไปทำลายไต ดังนั้นควรเลือกบริโภคอาหารรสจืดประเภทต้มหรือนึ่งมากขึ้น เช่น แกงจืดเต้าหู้ถั่วเหลือง เป็นต้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ บอกว่า การกินเจถือเป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน และการกินเจยังประกอบไปด้วยการถือศีลเพื่อทำให้จิตใจให้ผ่องใส คิดดีทำดี ไปพร้อมกับการงดเว้นการกินเนื้อสัตว์ ดังนั้นการกินเจให้สมบูรณ์ จึงประกอบด้วย การกินเพื่อให้ได้สุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยต่างๆ พร้อมได้สร้างบุญกุศลจากการไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น

 “การกินอาหารเจสามารถควบคู่กับการออกกำลังกาย การควบคุมอารมณ์ ไม่เครียด ลด ละ เลิกเหล้าและบุหรี่ตามหลัก 3 อ 2 ส นั่นคือ อาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสิ่งคนที่รักสุขภาพ จะต้องคำนึงถึงตลอดเทศกาลกินเจนี้” อาจารย์สง่า ฝากทิ้งท้าย

 

เรื่องโดย : นายฉัตร์ชัย นกดี team content www.thaihealth.or.th

ย้อนกลับ To Top