• ทั่วไป
    1,114
  • ร้านอาหาร
    28
  • โรงพยาบาล
    1,934
  • สำนักงาน
    1,303
  • โรงเรียน
    1,348
  • วัด
    36
  • สถานีตำรวจ
    553
  • สถานบันเทิง
    1
  • ตลาด
    5
  • มหาวิทยาลัย
    546
  • จังหวัดปลอดบุหรี่
    7
  • สคร.
    25
  • เครือขายภาคี
    52
  • อบต.
    62
  • สสอ. / สสจ.
    105
  • สถานที่ราชการ
    134
  • เทศบาล
    2
  • อื่นๆ
    163
กรุณาใส่รหัสเพื่อตรวจสอบสถานะ
มะเร็งปอดแชมป์เหตุตายจากมะเร็ง
9 ก.ย. 58 / เปิดดู : 1,787

ศ.นพ.ประกิต  วาทีสาธกกิจ  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  เปิดเผยข่าวจากที่ประชุมมะเร็งปอดโลก  ครั้งที่ 16  ที่เมืองเดนเวอร์  เมื่อวันที่ 8 กันยายนว่า  มะเร็งปอด เป็นมะเร็งอันดับหนึ่งของโลก  โดยมีผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่ 1.6  ล้านรายในแต่ละปี  และเสียชีวิต 1.3  ล้านรายต่อปี  โดยร้อยละ 80 ของมะเร็งปอดมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่  การควบคุมยาสูบจึงมีความสำคัญสูงสุดในการที่จะลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปอด  แม้ว่างานวิจัยในสหรัฐอเมริกาจะพบว่าการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดระยะแรกด้วยคอมพิวเตอร์ที่ใช้รังสีขนาดต่ำในผู้สูบบุหรี่ที่อายุ 55-74  ปี  ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสามารถตรวจพบมะเร็งปอดในระยะแรก   และนำไปสู่การรักษาที่ลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ร้อยละ 20   ข้อเสนอในที่ประชุมจึงยังคงเน้นการควบคุมยาสูบ เพื่อลดจำนวนผู้ที่จะเสียชีวิตจากมะเร็งปอด  โดยให้ประเทศต่าง  ๆ ดำเนินการตามพันธผูกพันอนุสัญญาควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลก  ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ผู้สูบบุหรี่และญาติสามารถที่จะฟ้องบริษัทบุหรี่ได้  สนับสนุนโครงการป้องกันการสูบบุหรี่ของเด็ก ๆ สนับสนุนการรักษาให้เลิกสูบบุหรี่ในคลินิกและในโรงพยาบาล

  

ศ.นพ.ประกิต  เปิดเผยต่อไปว่ามะเร็งปอดระยะแรกจะไม่มีอาการ และการถ่ายเอ็กซเรย์ปอดทุกสามถึงหกเดือน  เมื่อตรวจพบมะเร็งปอด  โอกาสที่จะรักษาให้หายก็มีน้อยมาก เนื่องจากเมื่อไรที่เห็นจุดหรือก้อนมะเร็งในเอ็กซเรย์ปอด  ส่วนใหญ่มะเร็งได้กระจายไปที่อื่นแล้ว แม้ก้อนมะเร็งจะยังมีขนาดเล็ก  ส่วนการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดระยะแรกโดยการทำคอมพิวเตอร์  หากไม่เลิกสูบบุหรี่ก็ต้องทำทุกปี  ซึ่งนอกจากค่าใช้จ่ายจะสูงแล้ว  ร่างกายยังอาจได้รับอันตรายจากการได้รับรังสีซ้ำ ๆ อีกด้วย  ทางที่ดีที่สุดคือการเลิกสูบบุหรี่  โดยยิ่งเลิกเร็วก่อนอายุ 40 ปี  จะลดโอกาสเกิดมะเร็งปอดลงได้มาก   ทั้งนี้มีคนไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่ 11,740  รายในปี พ.ศ.2552

 


ศูนย์ข่าว มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

วันที่ 8 กันยายน 2558

ย้อนกลับ To Top